Archive | กุมภาพันธ์, 2012

ดอกรักสีแดงที่เหี่ยวเฉาลงก่อนกาล

20 ก.พ.

ในสุสานโบราณซึ่งเต็มไปด้วยจิตวิญญาณเสรีที่ถูกกักขัง
ฉับพลันดอกรักสีแดงก็ผลิบานขึ้นบนต้นไม้พิษ
ย่างก้าวที่แคล่วคล่อง
รอยยิ้มที่แย้มพรายจากริมฝีปากเรียวงาม
ภาพของเธอทะลุผ่านเลนส์แว่นสายตาอันพร่ามัวของฉัน
นั่นคือเหตุผลว่าทำไม
ฉันจึงฝันใฝ่ถึงการเดินทางย่ำเท้าไปบน 5 ทศวรรษแห่งความสิเนหาร่วมกัน
ของเราสองคน
เธอสบตาฉันผ่านแว่นสายตาส่วนตัวอันคมชัดกระจ่างใส
ขณะซากเดน “สัตว์สี่ขา” ที่เหลือเพียงโครงกระดูกกำลังคำรามอยู่โดยรอบ
นายของมันออกคำสั่งฆ่าพวกเรา
ทีละคน
ทีละคน
ทีละคน
เจตจำนงอิสระถูกบดขยี้
ทีละน้อย
ทีละน้อย
ทีละน้อย
คราบเลือด
หยาดน้ำตา
บาดแผล
และริ้วรอยยับย่นแห่งยุคสมัย
จะเกรอะกรังไปอีกครึ่งศตวรรษ
เธอถามว่าฉันสูญหายไปไหนหรือที่รัก?
เปล่าเลย สัตว์สี่ขาในนามของความเสื่อมสลายเหล่านั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก
ภูตผู้เป็นยิ่งกว่าผีพวกนั้นต่างหาก
ที่ฉุดกระชากลากดึงฉันออกจากเธอ
ไปสู่กรงเล็กๆ ในห้องขังขนาดใหญ่
กระหน่ำฟาดด้วยอาวุธแห่งความถูกต้องทางการเมืองและการปลดแอกครั้งประวัติศาสตร์
กระทั่งดอกรักสีแดงของเราถึงคราโรยราเหี่ยวเฉา
ลงก่อนกาล

Advertisements

งานวิวาห์

2 ก.พ.

ใบหน้าซีดเผือด
แววตาโศกเศร้าไร้ประกาย
เธอนั่งอยู่ตรงมุมมืดของห้องนั้น
ห้องที่ผู้คนกำลังเริงรื่นกับงานวิวาห์
เธอไม่ใช่เจ้าสาว
เธอไม่มีรอยยิ้ม
เธอมีเพียงคราบน้ำไหลเป็นทางบนถุงใต้ตา
ฉันยืนสูดกลิ่นผมหยักศกของเธอในห้องอ่านหนังสือ
รองเท้าส้นสูง 3 นิ้วทำให้เธอสูงสง่า
เธอเหลียวหลังเหลือบแลลงมาสบตาฉัน
เราไม่ได้จุมพิตกัน
เพราะฉันมิใช่เจ้าบ่าวในงานวิวาห์